SHINKOLITE : TECT TALK
Transparent Living การออกแบบที่ช่วย ‘เปลี่ยนอารมณ์’ ให้บ้าน

ในงานสถาปนิก’69 ในปีนี้ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่บูธ Shinkolite คือบทสนทนาอย่างเป็นกันเองระหว่าง 4 สถาปนิก คุณวสุ วิรัชศิลป์ จาก VASLAB Architecture, คุณจีรเวช หงสกุล จาก IDIN Architects, คุณจูน เซคิโน จาก Junsekino Architect & Design และ คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ WARCHITECT กับ SHINKOLITE : TECH TALK ภายใต้หัวข้อ Transparent Living การออกแบบที่ช่วย ‘เปลี่ยนอารมณ์’ ให้บ้าน

 

ประเด็นของ ‘บ้าน’ ถูกยกขึ้นมาทบทวนใหม่ ในบทบาทของพื้นที่แห่งความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงและตอบสนองต่อชีวิตในแต่ละวัน การออกแบบบ้านจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทที่ช่วยสร้างภาวะอยู่สบาย ทั้งในแง่การทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อม วัสดุ เทคนิคการก่อสร้าง และรายละเอียดทางงานออกแบบที่อาจจะมองไม่เห็นได้ด้วยตา แต่ย่อมสัมผัสได้ผ่านประสาทสัมผัสของการอยู่อาศัยและใช้งานพื้นที่

 

บทสนทนาครั้งนี้เป็นเหมือนการเปิดชานหน้าบ้าน ต้อนรับผู้ฟังเข้ามาสู่พื้นที่แห่งประสบการณ์และความคิดเห็นหลากหลายจากสถาปนิกชั้นแนวหน้าของไทย เพื่อนำไปสู่การตอบคำถามที่ว่า ‘บ้าน’ ในแบบที่เป็นตัวตนของแต่ละคนเป็นอย่างไร ทั้งในเชิงสถาปัตยกรรมและความรู้สึก แล้วงานออกแบบจะพาเราไปถึงจุดของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร

 

 

คุณวสุ วิรัชศิลป์
VASLAB Architecture

ความงามตอบได้ด้วยประสาทสัมผัส สัดส่วนที่ดีสร้างความงามต่อสายตา บ้านที่สร้างภาวะส่วนตัวปลอดเสียงรบกวนจากภายนอกก็ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัว และ ‘แสง’ คือองค์ประกอบสำคัญที่สุด ทุกห้องควรมีแสงธรรมชาติเพื่อสร้างการเชื่อมต่อภายนอกกับภายใน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณสมบัติของแสงกับการอยู่อาศัย อย่างการช่วยระบายความชื้น หรือฆ่าเชื้อโรค

 

ด้วยแนวทางความชื่นชอบในการออกแบบเป็นเรื่องคอนกรีตเปลือย โจทย์ต่อมาจึงเป็นเรื่องการสร้างพื้นที่อยู่สบายให้กับอาคารคอนกรีตเปลือย คำตอบคือการผสมผสานกับวัสดุที่อ่อนโยนอย่างไม้ และการเปิดรับแสงธรรมชาติผ่านสกายไลต์หรือหน้าต่างขนาดใหญ่ตามฟังก์ชันของแต่ละห้อง จนเกิดสมดุลระหว่างความดิบภายนอกและความละมุนภายใน ซึ่งต้องใช้เครื่องมืออย่างวัสดุเป็นผู้สร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริงได้

 

ในอีกด้านหนึ่ง แนวคิดเรื่องความยั่งยืนเป็นเรื่องที่อยู่กับผู้คนมานานแล้ว แต่กลับชัดเจนขึ้นในวันที่โลกเริ่มเปราะบาง ความยั่งยืนในสถาปัตยกรรมจึงเป็นเรื่องของ Timeless Design การออกแบบที่อยู่ร่วมกับเราได้ยาวนานโดยไม่ต้องรื้อทำลาย พร้อมกับการเลือกใช้วัสดุทางเลือกใหม่เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต สถาปนิก และเจ้าของโครงการในการขับเคลื่อนสถาปัตยกรรมไปสู่อนาคตที่รับผิดชอบมากยิ่งขึ้น

 

 

คุณจีรเวช หงสกุล
IDIN Architects

บ้านเป็นสถาปัตยกรรมที่ปัจเจกตามรสนิยมของแต่ละคน งานออกแบบบ้านจึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว อาวุธของดีไซเนอร์คือเครื่องมือของการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นสเปซ แสง หรืออุณหภูมิ ที่ถูกใช้เพื่อสร้างความรู้สึกในแบบที่ผู้อาศัยต้องการ ขณะเดียวกัน สถาปัตยกรรมที่ดีควรเปิดโอกาสให้ผู้คนสื่อสารกันได้มากขึ้น และนำไปสู่การออกแบบบ้านที่ทำให้เจ้าของมีความสุขอย่างแท้จริง เมื่อฟังก์ชันที่ถูกวางไว้สามารถทำงานได้จริงในชีวิตประจำวัน ความสมบูรณ์ของการอยู่อาศัยจึงเกิดขึ้น และนั่นเองคือเหตุผลสำคัญของการเป็นสถาปนิก

 

วัสดุที่เลือกใช้แม้จะเป็นไปตามโปรแกรม แต่ควรเชื่อมโยงกับบริบทและฟังก์ชันการใช้งาน อย่างการออกแบบของ IDIN ที่มักจะสร้างคอร์ตยาร์ดเสมอ แม้ดูเหมือนเสียพื้นที่ แต่ฟังก์ชั่นของคอร์ตยาร์ดคือความว่าง ซึ่งก็นับเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าอีกแบบ ผ่านการปิดนอกโปร่งในที่เอื้อต่อการไหลเวียนของอากาศ นำแสงและลมเข้าสู่ภายใน เพื่อสร้างภาวะน่าสบายให้กับการอยู่อาศัย การเลือกใช้วัสดุจึงต้องควบคู่ไปกับเทคนิค เช่น การทำดับเบิลสกินหรือดับเบิลรูฟ เพื่อลดความร้อนและเปิดโอกาสให้วัสดุแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

 

ในอีกด้านหนึ่ง สถาปนิกเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในเวลาเดียวกัน เพราะทุกการเริ่มต้นใหม่ย่อมมาพร้อมกับการรื้อถอนบางสิ่งออกไป ดังนั้น ประเด็นเรื่องพลังงานและความยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่สถาปนิกต้องตระหนักและลงมือทำ เพราะนิยามของความยั่งยืนคือการทิ้งภาระให้คนรุ่นถัดไปให้น้อยที่สุด เท่าที่สถาปัตยกรรมจะทำได้

 

 
คุณจูน เซคิโน
Junsekino Architect & Design

บ้านเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเดียวที่ตอบสนองในเชิงความพอใจสูงสุด ถึงแม้บ้านจะดูเป็นปัจจัยสี่พื้นฐาน มีโปรแกรมมิ่งที่ดูง่าย แต่บ้านทุกหลังมีความยาก เพราะผู้อยู่อาศัยที่พฤติกรรมแตกต่างกัน ทำให้ถึงแม้จะชื่นชอบอะไรแบบเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของบ้านแต่ละหลังไม่มีอะไรซ้ำเลย นี่คือเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมบ้าน

 

เมื่อมองกลับไปในประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรม นับได้ว่ากระจกเป็นจุดเปลี่ยนของงานสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นเหมือนกับค่ากลางของการปรับระดับแสงธรรมชาติให้เข้าสู่พื้นที่ได้ตามต้องการ ท่ามกลางความต้องการที่ดูย้อนแย้ง อย่างการอยากได้กระจกแผ่นใหญ่แต่กลัวร้อน อยากเปิดโล่งแต่กลัวยุง นำมาสู่การทำงานกับช่องเปิดด้วยวัสดุและวิธีการที่หลากหลาย จนนวัตกรรมพามาถึงปัจจุบันที่มีวัสดุทดแทนแบบแผ่น Shinkolite

 

พร้อมกันกับเมื่อได้ทบทวนงานของตัวเอง จึงพบว่าความน่าสนใจอยู่ที่จังหวะของการชนกันระหว่างวัสดุ เพราะเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมคือการเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเสมอ ตั้งแต่ออกแบบ ก่อสร้าง จนเจ้าของเข้ามาอยู่ ยกตัวอย่างการใช้งาน 'ชายคา' ที่แม้ต้องรับมือแดด ฝน และความร้อน แต่อย่าลืมว่า สิ่งแวดล้อมก็เป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา การใช้ชายคาที่ช่วยกรองแสง กันน้ำ แต่ยังมองเห็นท้องฟ้า จึงเปิดมุมมองของการใช้ชีวิตให้ใกล้ธรรมชาติขึ้น

 

 

คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ
WARCHITECT

ความสบายใจก็เป็นหนึ่งใน Longevity (การมีชีวิตที่ยืนยาว) อย่างการตื่นเองในตอนเช้าจากแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ซึ่งนำไปสู่การมองหาวัสดุที่ช่วยนำแสงเข้ามา เพื่อสร้างสมดุลกับการใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ โดยปัจจัยในการเลือกวัสดุสำหรับงานออกแบบนั้น ความชอบและงบประมาณมักเดินทางไปคู่กัน วัสดุจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสร้างสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้

 

ขณะเดียวกัน สิ่งที่สนใจคือการนำเสนอ ‘ภาษาทางสถาปัตยกรรม’ ให้ชัดเจน ซึ่งบางครั้งหมายถึงการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อเน้นสิ่งที่ต้องการสื่อสารอย่างมีจุดหมาย การเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่จึงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนในเชิงศิลปะ ไม่ต่างจากการเชื่อมโยงพื้นที่ที่ต้องทำอย่างมีศิลปะเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับการอยู่อาศัย

 

ในส่วนมิติของความยั่งยืน สถาปัตยกรรมจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเลือกใช้วัสดุ หากแต่คือการสร้างสภาวะอยู่สบาย ผ่านเทคนิคการออกแบบที่เหมาะสม เพื่อให้อาคารสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างยาวนาน และสอดคล้องกับแนวโน้มของยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวตอาคารจากรุ่นสู่รุ่น หรือการออกแบบพื้นที่สำหรับผู้สูงวัย ที่ล้วนสะท้อนแนวคิดของการอยู่อาศัยเพื่อชีวิตที่ยืนยาวในวันที่สังคมและประชากรซึ่งเป็นผู้ใช้อาคารมีความเปลี่ยนแปลง