
STUDIO7
มิติใหม่ของงานฟาซาดสานด้วยแผ่น Shinkolite
ด้วยทำเลที่ตั้งในใจกลางสี่แยกใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้คนทั้งจากบนท้องถนนและการเดินเท้าท่องเที่ยว อาคารบนพื้นที่ตั้งแห่งนี้จึงทำหน้าที่เสมือนเป็นบิลบอร์ดที่สื่อสารตัวตนของแบรนด์สู่สายตาผู้คนจำนวนมาก นั่นทำให้ร้าน Studio7 สร้างสรรค์ฟาซาดร้านให้เหมือนกันเป็นอีกพื้นที่ที่สร้างความจดจำทั้งกับอัตลักษณ์ของแบรนด์และความเป็นพื้นถิ่นเชียงใหม่ในแบบร่วมสมัย โดย ALSO design studio นักออกแบบในพื้นที่

โจทย์ที่ทาง Studio7 ต้องการคือความทันสมัยที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นล้านนา สถาปนิกจึงเลือกสื่อสารผ่านภาษาของแพทเทิร์นที่สื่อสารความเป็นล้านนาด้วยเส้นกราฟิกที่สามารถลดทอนและดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยได้เช่นกัน สถาปัตยกรรมเริ่มต้นอาคารทรงกล่องหัวมุมในพื้นที่พาณิชย์ ดึงความสนใจด้วยฟาซาดซาดสามมิติที่หยิบเอาเส้นสายโค้งเว้ามาจากโลโก้ โดยมีพื้นผิวจากการสานแพทเทิร์นที่ร้อยเรียงไปกับเส้นสายโค้งเว้า ในขั้นตอนการทดสอบและพัฒนาแบบจึงใช้ระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องทั้งในเชิงรูปแบบและการก่อสร้างจริง จนได้มาพบกับวัสดุที่ตอบกับดีไซน์และฟังก์ชั่นมากที่สุด ก็คือแผ่น Shinkolite รุ่น Shade สี Pearl White

“ในช่วงแรกของการออกแบบ ทีมสถาปนิกได้ทดลองกับวัสดุและแพทเทิร์นรูปแบบหลากหลาย เพื่อค้นหาความเป็นไปได้ในการนำมาปรับใช้กับฟาซาดขนาดใหญ่ของอาคาร ซึ่งมีสเกลที่ต้องการทั้งความชัดเจนของรูปทรงและพลังในการสื่อสาร แพทเทิร์นที่เลือกใช้จึงต้องสามารถถ่ายทอดภาพรวมของฟอร์มที่ต้องการได้อย่างชัดเจนเมื่อขยายใหญ่สู่ระดับสถาปัตยกรรม” “ระหว่างขั้นตอนการค้นหาวัสดุ แผ่นอะคริลิกโปร่งใสเป็นหนึ่งในวัสดุที่ทำการทดลองมาซ้อนกันหรือสานให้เป็นแพทเทิร์นจนได้
พบกับเอฟเฟกต์ที่น่าสนใจ รวมทั้งการตอบสนองต่อแสงแดดที่ส่องผ่านเข้าออก ซึ่งกระบวนการนี้เองถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดในการออกแบบฟาซาดดังกล่าว จึงนำมาสู่การค้นหาว่ามีรูปแบบของอะคริลิกแบบใดที่สามารถนำมาใช้งานกับฟาซาด
ได้ ซึ่งแนวคิดของทีมออกแบบค่อนข้างตรงไปตรงมา คือการมองหาวัสดุที่มีความสวยงามและสามารถใช้งานได้จริง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาการติดตั้งในสเกลที่มีทั้งความสูงและความยาวถึง 4 เมตร ประเด็นหลักจึงเป็นวัสดุที่โปร่งแสงและแข็งแรงเพียงพอ สามารถนำมาดัดงอและสานกันตามดีไซน์ได้ รวมทั้งเรื่องงานโครงสร้างที่ต้องส่งเสริมรูปลักษณ์จากเอฟเฟกต์ของแสงร่วมกับน้ำหนักของโครงสร้างที่ต้องเบาที่สุดสำหรับการติดตั้ง”
“เมื่อได้แนวทางของวัสดุแล้ว ประเด็นถัดมาคือเรื่องของแสง เนื่องจากอาคารต้องรับแสงตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ภายในมีความสว่างและความร้อนสูง จึงต้องพิจารณาว่าวัสดุใดสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่สวยงามจากภายนอก ขณะเดียวกันก็ช่วยกระจายและลดความเข้มของแสงเมื่อมองจากภายใน โดยยังคงให้แสงธรรมชาติในปริมาณที่เหมาะสม และช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารได้ในระดับหนึ่ง”
เนื่องจากฟาซาดมีขนาดเป็นแผ่นยาวพิเศษ กระบวนการออกแบบและการติดตั้งจึงต้องคำนวณแต่ละจุด ทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง รวมทั้งรอยต่อและจุดตัดของวัสดุอย่างละเอียด เพื่อให้พื้นผิวทั้งหมดดูกลมกลืนและร้อยเรียงเป็นแผ่นเดียวกันทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการออกแบบจนถึงการผลิตและติดตั้งล้วนเป็นผลลัพธ์จากการทดลองและทำงานร่วมกันระหว่างทีมสถาปนิกและทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Shinkolite ที่ช่วยสร้างสรรค์ฟาซาดอาคารแห่งนี้ให้ตรงกับดีไซน์ให้ได้มากที่สุด โดยใช้ศักยภาพของตัววัสดุเองในการดัดโค้งขึ้นรูป ร่วมกับเทคนิคการประกอบหน้างานจนเป็นไปตามแบบที่ต้องการ
การทดลองและทำงานร่วมกันของทั้งสองทีมจึงทำให้ค้นพบเทคนิคด้วยการตัดวัสดุออกเป็นชิ้นขนาดเล็กประมาณ 15–20 เซนติเมตร ช่วยให้สามารถควบคุมรัศมีความโค้งได้ดีขึ้น แม้อาจไม่ตรงตามที่ออกแบบไว้ทั้งหมด แต่ก็สามารถทำได้ใกล้เคียงถึง 95% โดยเฉพาะในแนวตั้งที่สามารถดัดได้เต็มประสิทธิภาพ และแม้แนวนอนยังคงเกิดช่องว่างอยู่บ้าง เนื่องจากข้อจำกัดของการดัดวัสดุที่ไม่สามารถจัดเรียงให้แนบสนิทได้ตามต้องการ จึงต้องมีการพิจารณาปรับระยะของช่องว่าง โดยเฉพาะบริเวณแนวโค้ง เพื่อให้ภาพรวมออกมาใกล้เคียงกับแบบมากที่สุด
“โครงการนี้จึงเป็นเหมือนกับการที่สถาปนิกได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนารูปแบบการใช้งานของวัสดุ การทำงานร่วมกันระหว่างนักออกแบบและผู้พัฒนาวัสดุจึงกลายเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และเรียนรู้ร่วมกันว่า วัสดุนั้นสามารถต่อยอดไปได้ไกลเพียงใด และยังถือเป็นงานที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของการใช้งานวัสดุแผ่น Shinkolite แม้จะเป็นงานที่มีความท้าทายสูงตั้งแต่ต้น แต่ก็สามารถพัฒนาและขับเคลื่อนไปได้ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในโครงการนี้”



